www.tookaa.com

 
Five Different Ways To

(5 รูปแบบวิธี ของการจดโน๊ต)
 
เราถามนักเรียนบ่อยๆว่า "มีใครเคยสอนวิธีการจดโน๊ต ให้คุณหรือเปล่า?" และคำตอบ ก็คือ "ไม่มี" ทุกครั้ง เราเคยเห็นว่า นักเรียนบางคน ไม่ใส่ใจที่จะจดโน๊ต ด้วยซ้ำ (ถ้าไม่ถูกบังคับ) ขณะที่คนอื่นๆ ก็แค่ ตัดลอกจาก จากบนกระดานเท่านั้น บางคนมีครู หัวโบราณ ที่บังคับให้นักเรียนจด สิ่งที่ครูเขียนทุกอย่าง และเน้นเรื่องความสวยงาม มากกว่าเนื้อหา นักเรียนก็ลุกลี้ลุกลน ใช้ไม้บรรทัด และหมึกลบสีขาว เพื่อให้สมุดจดของตัวเอง ดูสะอาดดี แต่ไม่ได้คำนึงถึงสิ่งที่ พวกเขากำลังเขียนอยู่ และเพื่อที่จะช่วยให้ปรับปรุงให้ดีขึ้น เรามีบทสรุปเทคนิค ของการจดโน๊ตที่ดีมาให้ดู นีคือ ห้ารูปแบ หรือวิธีการในการจดข้อมูล แต่ก่อนที่คุณจะรู้จักมัน คุณควรรู้ว่า:
  • สิ่งที่คุณจดก็เพื่อ สำหรับคุณในอนาคต ไม่ใช่คุณตอนนี้ ตอนนี้คุณรู้ และเข้าใจ แต่ในอนาคต คุณจะจำทุกสิ่งไม่ได้ จะจำได้ส่วนหนึ่งเท่านั้น เขียนโน้ตในทางที่ ที่จะเตือนใจคุณได้ ในอนาคต บางครั้ง โน้ตนิดเดียว ก็พอเตือนคุณได้ แต่บางครั้ง คุณต้องเขียน รายละเอียด ยาวยืด เพราะว่าม ันแปลกเกินไปหรือไม่ก็ยากเกินไป ตัดสินใจเอาเองนะ
  • การจดโน้ตช ่วยทำให้คุณ บรรจุข้อมูล ในสมองในที่ ที่เหมาะสมตั้งแต่แรก ดังนั้น คุณจะจำได้ดี มากกว่า
  • การจดโน้ตช่วยให้คุณรู้ว่าคุณเข้าใจเรื่องนั้นจริงๆ หรือไม่ เพราะว่ามันรู้สึกผิด(ทะแม่งๆ) ที่จะจดสิ่งที่ คุณไม่เข้าใจ ลงไปบนสมุด ขณะเดียวกัน หากคุณไม่เข้าใจ ก็สามารถถาม คุณครูได้
  • การจดโน๊ตท ำให้เราคล่องตัว เพราะมันช่วยให้ตื่นตัว และรู้ตัวในเวลาเรียน และยังทำให้การเรียนสนุก มากกว่านั่งเฉยๆ
หมายเหตุ: ตัวอย่าง สีเขียวด้านล่าง เป็นภาษาอังกฤษ, แต่คุณสามารถทำได้ เหมือนกันในภาษาไทย
 
วิธีการของคอร์เนล The Cornell Method
( ดีสำหรับทุกวิชา ใช้เวลาน้อยลง ช่วยให้คุณเรียนรู้ตอนหลังได้ )
ในชั้นเรียน:
  • วาดเส้นตรงบนกระดาษ ด้านซ้ายห่าง 2 นิ้ว และด้านขวาห่าง 6 นิ้ว ในห้องเรียน ให้เขียนหัวข้อใหญ่ๆ ในช่องด้านซ้าย และเขียนรายละเอียด ของแต่ละหัวข้อใหญ่ ด้านขวา เขียนโน๊ตอย่างสั้น และเร็ว คุณอาจจะ ทิ้งข้อความบางอันไว้ ถ้าไม่มีเวลาพอ (ทิ้งที่เหลือไว้เติมตอนหลัง*) อย่ามัวแต่ เขียนจน ตามคุณครูไม่ทัน
 
หลังเวลาเรียน:
  • *เขียนเพิ่มเติมรายละเอียด (ช่องด้านขวา) ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
  • ใช้มือ หรือสมุด ปิดช่องด้านขวา และฝึกจำข้อมูล ที่จดไว้ด้านขวา ให้ได้มากที่สุด โดยการ พูดออกมาดังๆ และตรวจดูว่า มันถูกต้อง หรือเราจำได้ มากขนาดไหน โดยดูจาก หัวข้อใหญ่ๆ ด้านซ้ายเท่านั้น
ตัวอย่าง:
 
 
 
วิธีการเขียนอธิบายเรียบเรียงเค้าโครง The Outline Method
( ดีสำหรับทุกวิชา แต่ไม่ดีมากสำหรับวิชาคณิตศาสตร์ )
ให้จัดเรียงความคิดต่างๆ โดยใช้พื้นฐานว่า ความคิด หรือข้อมูลอะไร จะเข้ากับอะไร อยู่ตรงไหน และ มันสำคัญขนาดไหน เขียนแต่ละความคิด ข้อมูลใหญ่ๆ ไว้ด้านซ้ายสุด จากนั้น ข้างล่าง เขียนย่อหน้าข้อมูล ที่เล็กปลีกย่อย ที่เกี่ยวเนื่องกับข้อมูลใหญ่ ด้านบน วิธีนี้ เป็นวิธีที่ดีถ้า คุณทำอย่างถูกต้อง มันจะช่วยทำให้คุณคิด เกี่ยวกับ สิ่งที่คุณกำลังเรียน เป็นลำดับขั้นตอน ในเวลาเดียวกับ ที่คุณทำความเข้าใจวิชานั้นๆ ดังนั้น คุณจะจำเรื่องราว บทเรียนได้อย่างมีระบบ มีระเบียบขั้นตอน สามารถจำข้อมูลได้ง่าย ตามตัวอย่างข้างล่างนี้:
 
 
 
วิธีการแบบเขียนแผนที่ The Mapping Method
แทนที่จะเขียนข้อมูล จากข้างบนสู่ด้านล่างของกระดาษ คุณก็ร่างความคิดต่างๆ ของบทเรียน ไปทั่วหน้ากระดาษ คุณสามารถ ใช้วงกลม ลูกศร เส้นตรง หรืออะไรก็ได้ที ่คุณจะคิดขึ้นมาได้้ สิ่งที่ดีของวิธีนี้ ก็คือ คุณสามารถ บอกความสัมพันธ์ ระหว่าง ข้อมูลต่างๆได้ สิ่งที่ไม่ค่อย จะได้เรื่องนัก ของวิธีนี้ ก็คือ บางครั้ง คุณอาจจะไม่ได้ชี้ชัดว่า อันไหนเป็นข้อมูลหลัก อันไหนเป็นรายละเอียด ปลีกย่อย ข้อมูล อาจจะสับสนได้ในตอนหลัง ตอนที่คุณกลับมาดูอีกครั้ง ดังนั้นควรจะระวัง ในการเน้นข้อมูล ให้รู้ว่าอันไหนหลัก อันไหนรองลงมา ตัวอย่างด้านล่าง เป็นเพียง ตัวอย่างอันหนึ่ง เท่านั้น จากหลายๆ รูปแบบ:
 
 
 
วิธีการเขียนแบบเป็นแผนภูมิ แสดงข้อมูล The Charting Method
ถ้าคุณรู้ว่าบทเรียน จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไร คุณก็สามารถ เตรียมกระดาษล่วงหน้า เพื่อใช้เป็นแผ่นบันทึกได้ หัวกระดาษจะบันทึก หัวข้อที่คุณจะเขียน ด้านล่างหัวข้อ จะบันทึกข้อมูลเพื่อการจดจำ สิ่งที่คุณจะต้องทำ ในห้องเรียน ก็คือ เขียนข้อมูลต่างๆ ลงในหัวข้อ ที่เกี่ยวข้องกัน ตามที่คุณได้เขียนหัวข้อ เตรียมไว้แล้ว หนทางเดียว ที่จะประสบผลสำเร็จ ของวิธีนี้ ก็คือ คุณจะต้องรู้อย่างแน่นอนว่า วิชานั้นจะสอนเกี่ยวกับอะไร
 
การจดโน๊ตแบบนี้ดี ถ้าเป็นข้อสอบ แบบที่จะต้องมีรายละเอียดของข้อมูล และความสัมพันธ์กัน อย่างมากมาย ดังตัวอย่างข้างล่าง:
 
 
 
วิธีการแบบเขียนเป็นประโยค The Sentence Method
เขียนโน๊ต ทุกข้อมูล ทุกไอเดียใหม่ๆ ทุกเรื่อง ทุกหัวข้อที่ครูสอน หรือพูดต่อๆกันมา ตลอดเวลาที่เลคเชอร์ บนแต่ละบรรทัด ตามลำดับก่อนหลัง, เขียนตัวเลขหน้าประโยค ขณะที่คุณเขียนลำดับเหตุการณ์, คุณอาจจะเว้นที่ไว้ หรือขีดเส้นใต้ หรือวงกลม ระหว่างแต่ละข้อมูล หรือ ไอเดีย ใช้วิธีนี้ หากผู้สอนไม่ระบุว่า ส่วนไหนมันเกี่ยวข้องกัน, ไม่ได้บอกว่าไอเดียไหน สำคัญกว่ากัน, หรือครูให้ข้อมูลมามากมาย และอย่างรวดเร็ว (ไม่ให้เวลามากพอ ที่จะคิดเกี่ยวกับความสัมพันธ์ ของแต่ละเรื่อง) วิธีการนี้ อย่างน้อยทำให้คุณได้ ไอเดียหลากหลาย ที่แตกต่างกันออกไป และท้ายสุดคุณก็จะ สามารถอ่านศึกษา รายละเอียดมันได้ ในตอนหลัง
 
 
 
หมายเหตุ: เราไม่ได้ระบุว่า ข้อมูลเทคนิคต่างๆ ที่กล่าวไว้ ด้านบน ถูกเขียนหรือเป็นของเรา แต่มันเป็นสิ่งที่่รู้จักกัน ทั่วโลก มาเป็นเวลาหลายปีแล้ว สิ่งที่เราได้ทำ ในที่นี้ ก็คือ สรุป ข้อมูลนี้ จากแหล่งความรู้ต่างๆ ในเว็บไซต์ และแปลเป็นไทย เพื่อผลประโยชน์ของนักเรียนไทย แต่อย่างไรก็ตาัมตัวอย่างสีเขียว เป็นของเราเอง
 
เอาละ ตอนนี้ จดโน๊ตและอ่านอย่างมีแนวละ!